ในดินแดนเมโสโปเตเมียนั้นมีชนชาติต่างๆเข้ามามากมาย เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าเรื่องราวอันยาวนานของดินแดนแถบนี้เป็นอย่างไร
สุเมเรียนเป็นชนชาติแรกที่เข้ามาตั้งอาณาจักรบนดินแดนแถบนี้ พร้อมด้วยการสร้างสิ่งที่จะส่งผลอย่างยิ่งใหญ่ต่อโลกมาด้วย นั่นก็คือ “ภาษาเขียน”ที่เราเรียกกันว่า “อักษรลิ่ม” หรือ “คูนิฟอร์ม” นั่นเอง พวกเขาสลักตัวอักษรลงบนแผ่นดินเหนียว เช่นเดียวกับการสร้างที่อยู่อาศัยซึ่งใช้ดินเหนียวเช่นกัน ยังมีการเกษตรกรรม การใช้ระบบชลประทาน เครื่องปั้นดินเผา มาตราชั่งตวงวัด ปฏิทินแบบจันทรคติ มีวรรณกรรม และอีกสารพัดที่ทำให้สุเมเรียนเจริญขึ้นมาได้เกือบพันปี ก่อนล่มสลายไปโดยการรุกรานของพวกแอคคัด
อาณาจักรต่อมาที่เราๆท่านๆรู้จักกันดีซึ่งขึ้นมามีอิทธิพลคงไม่พ้น อาณาจักรบาบิโลเนียอันเข้มแข็งซึ่งก่อตั้งโดยพวกอมอไรต์ พวกนี้มีการนับถือพระเจ้าหลายองค์ และเป็นที่รู้กันดีว่าประมวลกฎหมายของพระเจ้าฮัมมูราบี ที่ยึดหลัก ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เป็นประมวลกฎหมายลายลักษณ์อันเก่าแก่ที่สุดในโลก ก็มาอาณาจักรนี้ บาบิโลเนียมีการปกครองแบบรวมศูนย์ แล้วยังมีการเก็บภาษีอากรและการเกณฑ์ทหารอีกด้วย แต่สุดท้ายก็มาพ่ายให้กับฮิตไทต์ อาณาจักรที่แห่งหนึ่งที่เคยยิ่งใหญ่เทียบเคียงกับอียิปต์
ฮิตไทต์เมืองนี้น่าสนใจ เพราะเป็นชาติแรกที่ใช้ทองแดง เท่านั้นยังไม่พอในขณะที่ชาติอื่นกำลังหมกมุ่นกับการหาเหล็กจากอุกาบาต พวกฮิตไทต์ก็ได้ค้นพบวิธีการถลุงเหล็กบนแผ่นโลกขึ้นมา นี่คงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชนชาตินี้ดำรงอยู่ได้บนความแข็งแกร่ง ฮิตไทต์นั้นมีศูนกลางอยู่ที่เมืองฮัตตูซาบนยอดเขาที่เต็มไปด้วยโขดหิน รายล้อมด้วยกำแพงยาวถึงหกกิโลเมตร และได้ทำศึกกับอียิปต์มาหลายต่อหลายครั้ง ครั้งที่สำคัญที่สุดคือการรบเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่เหนือดินแดนคาเดช ผลสรุปคือไม่มีฝ่ายใดได้รับชัยชนะ จึงเกิดเป็นสนธิสัญญาสันติภาพเป็นลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา “สนธิสัญญาแห่งคาเดช” แต่อาณาจักรที่ทำลายฮิตไทต์นี้มิใช่อียิปต์กลับเป็นพวกอัสซีเรียผู้โหดเหี้ยมและป่าเถื่อนนั่นเอง
เวลาหลายศตวรรษต่อมาดินแดนเมโสโปเตเมียตกอยู่ภายใต้การปกครองของอัสซีเรียซึ่งเป็นเอกราชถึงสองครั้ง อัสซีเรียควบคุมประเทศต่างๆทที่ตนปราบด้วยการจัดเขตการปกครองขึ้นใหม่ และมีการส่งคนไปปกครองเมืองขึ้นต่างๆแทน อาณาจักรนี้มีเทพเจ้าหลายองค์เช่นกัน และเชื่อว่าที่ตนมีความเข้มแข็งได้ก็เพราะเทพเจ้าต่างๆ จนพวกมีเดียมาทำลายความป่าเถื่อนอาณาจักรนี้จึงล่มสลายไป ก่อนถูกพวกเปอร์เซียยึดอำนาจอีกทีหนึ่ง
เปอร์เซียได้ตั้งตนเป็นจักววรดิหลังจากอัสซีเรียล่มสลายไปได้เพียงห้าสิบปี โดยมีราชธานีอยู่ที่เมืองซีโปลิส จนกระทั่งสมัยของพระเจ้าไซรัส พระองค์ได้รวบรวมชนชาติเปอร์เซียที่กระจัดกระจายอยู่เป็นอาณาจักรเดียวกันรวมถึงบาบิโลเนียใหม่ของพวกคาลเดียนที่มีสวนลอยฟ้าบาบิโลนอันเลื่องชื่อ ตีดินแดนได้ตลอดเอเชียไมเนอร์และหัวเมืองกรีกในแถบนี้ จักวรรดิเปอร์เซียมีทหารแม่นธนูและกองทัพม้าที่ดีที่สุดในโลก และยังได้ชื่อว่าเป็นชาวเอเชียชาติแรกที่ครองอำนาจทางเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ต่อจากนั้นดินแดนแถบนี้ก็ตกอยู่ภายใต้กรีกและโรมัน มีการสถาปนาจักวรรดิไบเซนไทน์ขึ้นซึ่งเป็นผลให้เกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ชาวโลกมิอาจลืมเลือน
ในช่วงที่เซลจุกเติร์กเสื่อมอำนาจ ชาวเติร์กเผ่าคายีภายใต้การนำของออสมัน เบย์ก็ได้ประกาศตนเป็นเอกราช และได้เรียกว่าจักวรรดิออสโตมันโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองบูร์ซาก่อนย้ายเมืองหลวงไปที่เอดิร์เนและได้ขยายไปอาณาจักรไปกว้างไกลก่อนเสื่อมลงในที่สุด แต่การเสื่อมของอาณาจักรออตโตมันนั้นกินเวลายาวนานถึงสามร้อยปี