อาณาจักรจามปา

posted on 18 Jun 2010 21:03 by aris

ข้อมูลทั้งหมดในบลอกนี้เราเรียบเรียงเองนะคะ

เพราะฉะนั้นกรุณาให้เครดิทด้วยค่ะ เมื่อนำไปใช้ 

 

อาณาจักรจามปา

ชนชาติจาม

                ชาวจามมีนัยน์ตาลึก จมูกโด่งตรง ผมดำหยิก ทั้งหญิงและชายจะห่อหุ้มกายด้วยผ้าผืนเดียว และเจาะหูเพื่อห้อยพวงเล็กๆ สตรีเกล้าผมขึ้นไปข้างบน ผู้ดีสวมรองเท้าหนัง ไพร่เดินเท้าเปล่า สังคมแบ่งเป็น ๓ ชนชั้น คือ ชนชั้นปกครอง ผู้ดี และไพร่ ประชาชนทำเกษตรกรรมอยู่รวมกันเป็นหมู่และเผ่า

ชาวจามชอบสู้รบ มีอาวุธเป็น ธนู ดาบ หอก และหน้าไม้ ที่ทำด้วยไม้ไผ่ นอกจากนี้ ชาวจามยังชอบเล่นดนตรี เครื่องดนตรีที่ปรากฏมี พิณ ๕ สาย ขลุ่ย เป็นต้น ทั้งนี้ยังใช้สังข์และกลองในการป่าวประกาศ

ด้านที่พักอาศัยนั้น ผนังบ้านสร้างด้วยอิฐฉาบปูน มีลานอยู่ข้างบน

                ชนชาติจามมีภาษาเป็นของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นภาษาในตระกูลอินโดเนเซียที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งจารึกภาษาพื้นเมืองแสดงให้ทราบว่าได้มีชนชาติที่พูดภาษาจามอาศัยอยู่ในอาณาจักรจามปาในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๙ - ๑๐

 

ประเพณี

                กษัตริย์ทรงมาลาทรงสูงประดับด้วยดอกไม้และพู่ไหม เวลาเสด็จออกจะทรงช้างมีขบวนแห่แหน

ประชาชน มีประเพณีการแต่งงานคือผู้หญิงจะเป็นจะเป็นฝ่ายสู่ขอฝ่ายชาย เพราะถือว่าเพศหญิงนั้นเป็นเพศที่ต่ำกว่า และอาจแต่งงานกับคนในสกุลเดียวกันได้

ประเพณีการทำศพนั้นจะใช้การเผาและนำเถ้ากระดูกไปทิ้งทะเล นอกจากนี้ชาวจามยังมีประเพณีสุตตีเหมือนประเทศอินเดีย คือเมื่อสามีตาย ภรรยาต้องตายตามสามีด้วยการกระโดดเข้ากองไฟ หรือจากอีกบันทึกหนึ่งเขียนไว้ว่าญาติและภรรยาของผู้ตายจะต้องตัดผมของตนออกเพื่อเป็นการไว้ทุกข์ สตรีหม้ายที่ไม่ต้องการสมรสอีกจะไว้ทุกข์โดยการสยายผมของตนหลังจากที่ผมที่ถูกตัดออกไปแล้วยาวขึ้นมาใหม่ เป็นการไว้ทุกข์ที่ยาวนอนตลอดชีวิตของสตรีผู้นั้น

 

ศาสนา

                ชาวจามรับศาสนาพราหมณ์มาจากอินเดีย โดยการบูชา พระศิวะ พระอุมา พระพรหม และพระนารายณ์ บูชาศิวลึงค์ ได้ค้นพบเทวาลัยที่เมืองมิเซิน และเมืองตราเกีย (ในเวียดนามปัจจุบัน) และในบางยุคยังนับถือพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยพบพระพุทธรูปสำริดที่เมืองดงเดือง ปละชาวจามยังเชื่ออีกว่าตนเองสืบเชื้อสายมาจากท้าวปาณฑุ บรรพบุรุษของปาณฑพและเการพในมหากาพย์มหาภารตะของอินเดีย

 

การปกครอง

                ปกครองแบบเทวราชาเช่นเดียวกับอาณาจักรฟูนัน รับตำนานการตั้งราชวงศ์ สร้างราชธานีเพื่อเป็นศูนย์กลางการปกครอง ลักษณะการปกครองเป็นรูปแบบนครรัฐ แต่ไม่สามารถรวบรวมรัฐเข้าเป็นรัฐที่มั่นคงเหมือนฟูนันได้

                ชาวจามส่งเครื่องราชบรรณาการให้จีนเมื่อค้าขายกับจีน มีการทำเกษตรกรรม และการค้าทางทะเล ทำให้อาณาจักรมีเศรษฐกิจค่อนข้างดี สามารถสร้างกองทัพที่มีแสนยานุภาพ ขยายอาณาเขตขึ้นไปถึงแคว้นตังเกี๋ยของจีนได้

 

ความเป็นมา

                เมื่อประมาณปีพุทธศักราช ๗๓๕ ราชวงศ์ฮั่นของจีนอ่อนแอลง เจ้าหน้าที่ชาวพื้นเมืองชื่อคิว-เหลียนจึงสถาปนาตนเป็นกษัตริย์ตั้งอาณาจักรจามปาขึ้นที่บริเวณทิศใต้ของจังหวัดทัวเทียนในเวียดนามปัจจุบัน

                สงครามแรกของชาวจามนั้นเกิดขึ้นกับจีนเมื่อประมาณปีพุทธศักราช ๘๘๐ ด้วยการแย่งชิงเมืองเชนานและมีสงครามกันบ่อยครั้ง ครั้งหนึ่งกองทัพจามปาได้ตีไปถึงแคว้นตังเกี๋ย ซึ่งในที่สุดจามปาก็ต้องชดใช้โดยการเสียเมืองหลวงซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเว้ในปัจจุบันและตกเป็นเมืองประเทศราชของจีน แต่ก็ยังมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเป็นระยะๆ

                ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒ พระนามของกษัตริย์จามปาจะใช้เป็นภาษาสันสกฤตเพราะได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์จากอินเดีย ในปลายศตวรรษอาณาจักรประสบความวุ่นวายเพราะถูกชวาโจมตี สถานที่สำคัญหลายแห่งถูกทำลายลง และชาวจามก็ยังมีสงครามกับกัมพูชา

พุทธศาสนาเข้ามาในอาณาจักรในศตวรรษที่ ๑๓ กษัตริย์ผู้ปกครองทรงทำนุบำรุงศาสนามาก และยังมีหลักฐานกล่าวว่าเป็นสมัยแรกที่พุทธศาสนานิกายมหายานได้ก่อตั้งขึ้นมาในอาณาจักรจามปา

ศตวรรษต่อมาพวกอันนัม(เวียดนาม)ได้ก่อตั้งอาณาจักรไดโตเวียตขึ้นในทางเหนือของจามปาเพราะจีนเสื่อมอำนาจลง และได้เข้ามารุกรานจามปา เมื่อกษัตริย์จามปาสวรรคต ชาวญวนนามว่าลูกีตองได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ ทำให้ชาวจามจำนวนมากหนีไปอยู่ที่เกาะไหหลำ และที่แคว้นกวางจิว ไม่นานจากนั้นชาวจามได้รวมตัวกันภายใต้ผู้นำพื้นเมืองที่เข้มแข็ง พอดีกับลูกีตองสิ้นชีวิตลง ผู้นำชาวพื้นเมืองจึงได้ขึ้นเป็นกษัตริย์

จากนั้นไม่นานชาวอันนัมก็ได้เข้ามาก่อกวนทางตอนเหนือของจามปาอยู่เสมอ อาณาจักรจามปาเสียหายหนักมาก เมืองหลวงถูกยึด กษัตริย์จามถูกบั่นพระเศียร ฉะนั้นสมัยต่อมากษัตริย์จามจึงพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์อันดีต่อไดโคเวียตและจีน แต่เหตุการณ์ระหว่างอันนัมก็ไม่ได้ดีขึ้นทั้งยังเสียเมืองทางตอนเหนือไป ๓ เมือง

พุทธศตวรรษที่ ๑๖ อาณาจักรจามปาก็รุ่งเรืองขึ้น หลังจากที่ถูกรุกรานมาเป็นเวลานาน กษัตริย์จามทรงขับไล่กองทัพอันนัมที่รุกรานออกไป ต่อมาทรงรบชนะกองทัพขอมและรุกไปถึงฝั่งแม่น้ำโขงได้

พุทธศตวรรษที่ ๑๗ กษัตริย์เขมรต้องการจะยึดอาณาจักรจามปา จึงยกกองทัพมาโจมตีจามปา ยึดเมืองหลวงตลอดจนเขตแดนทางส่วนเหนือ ชามจามจึงย้ายเมืองหลวงไปอยู่ทางตอนใต้ และในที่สุดก็ขับไล่เขมรออกไป พยายามรวมอาณาจักรขึ้นมาใหม่ ก่อนยกทัพตีกลับไปยังเขมรซึ่งคราวนี้สามารถโจมตีเข้าไปได้ถึงบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ในที่สุดก็สามารถยึดเมืองพระนครได้ การสู้รบในครั้งนี้ทำให้เกิดความเกลียดชังกันอย่างมากระหว่างจามปาและกัมพูชาจนหลายปีต่อมา และถูกกัมพูชารุกกลับ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้อาณาจักรจามปาถูกแบ่งเป็น ๒ ส่วน

พุทธศตวรรษที่ ๑๘ ได้สามารถรวมอาณาจักรจามปาขึ้นอีกครั้ง และตัดไมตรีกับกัมพูชา ขณะนั้นก็หาทางยึดดินแดน ๓ จังหวัดคืนจากอันนัม แต่อันนัมไม่ยอมและยกทัพมารบจนอาณาจามปาพ่ายแพ้

พุทธศักราชที่ ๑๘๐๓ พระเจ้ากุบไลข่านได้ขึ้นมาเป็นผู้นำมองโกล และรุกรานอันนัม ดังนั้นอันนัมจึงหยุดรุกรานชาวจามปาเป็นการชั่วคราว

๒๐ ปีต่อมา มองโกลได้ส่งนายพลมาปกครองจามปา การกระทำครั้งนี้ทำให้เกิดขบวนการ Nation-wide movement ขึ้นในจามปา ไม่นานจากนั้นอันนัมก็ไล่มองโกลออกไป ชาวจามสังหารนายพลชาวมองโกล และเพื่อป้องกันการกลับมามีอำนาจของชาวมองโกล กษัตริย์จามจึงส่งเครื่องบรรณาการไปให้พระเจ้ากุบไลข่าน ในเวลาเดียวกันก็มีคณะทูตมาจากกัมพูชาด้วย

อาณาจักรจามปาพบกับความสงบสุขเพราะกษัติรย์จามปาอภิเษกกับพระขนิษฐภคินีของพระจักรพรรดิญวน แต่ไม่นานนักความวุ่นวายก็ได้กลับคืนมาอีกครั้งเมื่อเกิดกบฏขึ้นทั้งสองอาณาจักรและผู้นำของแคว้นตังเกี๋ยได้จับรัชทายาทพร้อมทั้งพระมเหสีไป

สมัยต่อมาจามปาตกเป็นเมืองประเทศราชของอาณาจักรไดเวียต(เปลี่ยนชื่อมาจากไดโตเวียต) ได้มีบันทึกว่ากองทัพไทยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ยกทัพไปตีจามปา แต่กษัตริย์ญวนช่วยปกป้องเอาไว้ได้

พุทธศักราชที่ ๑๙๐๓ กษัตริย์จามได้เจริญสัมพันธ์กับจีน และสามารถรบชนะอาณาจักรไดเวียต บุกจนถึงฮานอย แต่ระหว่างทางถูกทหารลอบปลงพระชนม์ นายทหารผู้นั้นได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ และต้องยกเมืองหลายเมืองให้อาณาจักรไดเวียต

กษัตริย์องค์ต่อมาได้ยกทัพไปบุกเขมร ขณะที่ว่างศึกจากอันนัมเพราะจีนปราบอาณาจักรไดเวียตได้ แต่ไม่นานไดเวียตก็ตั้งตนมาได้อีกครั้ง

พุทธศักราช ๑๙๘๔ อาณาจักรจามปาเกิดสงครามกลางเมือง อันนัมถือโอกาสยกทัพเข้ามาตียึดเมืองหลวง อันนัมได้จามปาไว้ในอำนาจ ยึดอาณาเขตลงไปถึงใต้บริเวณ Cap Varella แต่ราชสำนักจามปาก็ยังปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์จนถึง พุทธศักราช ๒๒๖๓ อาณาจักรจามปาจึงล่มสลายลงอย่างถาวร

 

 

 

 

เราย่อมาจาก e-book ของมหาวิทยาลัยรามคำแหงนะคะ ผู้ใดต้องการได้ข้อมูลไว้ศึกษาเพิ่มเติมก็เชิญที่เว็บไซต์นั้นได้เลยค่ะ ข้อมูลโดยสังเขปข้างต้นนั้น เราย่อมาด้วยตนเอง กรุณาให้เครดิทด้วยค่ะเมื่อนำไปใช้

 

edit @ 18 Jun 2010 21:59:37 by Aris

อ๊ากกก นังสา ทำแบบนี้กับเราได้ยังง้ายยย มีอะไรจะให้ ให้ TAG เนี่ยนะ =[]="

 http://gowenoi-9.exteen.com/ - นังสา ให้เครดิตเสียหน่อย -- *

 

แปะไว้ก่อนเดี๋ยวมาทำ

 

ไปดูทไวไลท์ 55+

 

*เผ่นโล้ด*

 

ง่วงจังเลยย การบ้านก็ลืมทำเฮ้ออออ

 

อยากนอน

 

เพลีย

 

แต่ต้องทำงานกลุ่ม

 

ไปทำก่อนแล้วกัน

 

มาอัพเล่นๆ

 

ไว้มีอารมณ์แล้วจะมาบ่นย้อนหลัง เอิ๊ก